โรคกระเพาะอาหาร (Peptic ulcer disease)

โรคกระเพาะ (Peptic ulcer disease) เกิดจากการที่กระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กถูกทำลายโดยกรดในทางเดินอาหาร สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้แก่การติดเชื้อจากแบคทีเรียชื่อ Helicobacter pylori (H. pylori) ซึ่งมักจะส่งผลให้เกิดการอักเสบในผนังของกระเพาะ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ เช่น การใช้ยาที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs (NSAIDs)

โดยเฉพาะยาอินดัมิซายน์ (Indomethacin) และอะสไปริน (Aspirin) การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือการสูบบุหรี่ก็เป็นสาเหตุที่อาจทำให้เกิดโรคกระเพาะได้ด้วย

โรคกระเพาะอาหาร (Peptic ulcer disease) มีอาการหลายอย่างที่ควรระวัง เช่น

1.อาการปวดท้อง: อาจมีอาการปวดท้องเฉียบพลันหรือคันบริเวณกระเพาะอาหาร เป็นอาการที่พบได้บ่อย

2.อาการร้อนรั่วหรืออาการไหลของกรด: ส่วนใหญ่ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาจมีอาการร้อนรั่วจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหาร ทำให้รู้สึกมีกรดอุดตันในลำคอหรือในกระเพาะอาหาร หรืออาจมีอาการไหลของกรดจากกระเพาะที่ทำให้เกิดอาการแสบร้อนในหน้าท้อง

3.การแสดงอาการหลังการรับประทานอาหาร: บางครั้งอาการเป็นมากขึ้นหรือมีอาการเมื่อคุณรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำแล้ว

4.อาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือเบื่ออาหาร: ส่วนหนึ่งของผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือเบื่ออาหาร

การเป็นโรคกระเพาะสำหรับบางรายอาจไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยเท่านั้น แต่ในบางกรณีอาจมีอาการรุนแรงมากขึ้น ซึ่งอาจต้องรักษาในโรงพยาบาล

โรคกระเพาะอาหารสามารถหายได้โดยมีปัจจัยหลายอย่างที่มีผลต่อระยะเวลาที่ใช้ในการหายของโรค ปัจจัยเหล่านี้รวมถึงความรุนแรงของโรค การรักษาที่ได้รับ และปัจจัยบุคคลเช่นอายุ สุขภาพทั่วไป และประวัติการเจ็บป่วยอื่นๆ

สำหรับบางคนที่ได้รับการรักษาให้เห็นผลและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรคกระเพาะอาหารอย่างเหมาะสม อาจจะเห็นการปรับปรุงในอาการอย่างรวดเร็ว ในบางกรณี โรคอาจหายได้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์หลังจากการรักษา

อย่างไรก็ตาม สำหรับบางรายโรคกระเพาะอาหารอาจเป็นระยะยาวและจะต้องการเวลาในการหาย การรักษาอาจต้องดำเนินไปพร้อมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การลดการบริโภคอาหารที่เป็นกรดสูง หรือการหลีกเลี่ยงยาที่อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอีกครั้ง เช่น ยาต้านการอักเสบที่อาจทำให้เกิดภาวะกระเพาะอาหารเสียอีกครั้ง

สุดท้าย การรักษาโรคกระเพาะอาหารมักจะต้องพิจารณาโดยแพทย์เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพและอาการของผู้ป่วยแต่ละราย ดังนั้นการหายของโรคจะแตกต่างกันไปตามบุคคลและสถานการณ์ของแต่ละราย

เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นโรคกระเพาะอาหารหรือช่วยในการรักษาโรค คุณสามารถพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งต่อไปนี้

1.อาหารที่เป็นกรด: หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่เป็นกรดสูง เช่น อาหารแซ่บ อาหารที่มีโปรตีนสูง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ ชา โคล่า โกลา และน้ำลาย

2.ยาที่อาจเป็นอันตรายต่อกระเพาะ: หากเป็นไปได้ หลีกเลี่ยงการใช้ยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) อย่างยาอินดัมิซายน์ (Indomethacin) และอะสไปริน (Aspirin) หรือใช้กับขนาดที่น้อยที่สุด

3.สุราและยาหยอด: หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ และการสูบบุหรี่ เนื่องจากสามารถทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระเพาะอาหารได้

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    คาสิโน ญาจาง

เรื่องนี้ถูกเขียนใน สุขภาพ และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร